วัดป่ามหาชัย นครพนม
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เว็บไซต์ วัดป่ามหาชัย   ตำบลมหาชัย  อำเภอปลาปาก   จังหวัดนครพนม  48160   โทร. 0898419453  
ข่าวประชาสัมพันธ์
โครงการบรรพชาอุปสมบทภาคฤดูร้อนประจำปี
 
ระว่างวันที่ ๒ - ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗
 
ณ วัดป่ามหาชัย นครพนม
 
ขอเชิญร่วมงานปฏิบัติธรรม "วันมาฆบูชา"
 
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
 
ณ วัดป่ามหาชัย นครพนม
 
ขอเชิญร่วมงานปฏิบัติธรรม "วันวิสาขบูชา"
 
วันที่ ๑๐ - ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗
 
ณ วัดป่ามหาชัย นครพนม
   
http://www.watpamahachai.net/
เยี่ยมชมเว็บไซต์ วัดป่ามหาชัย
ภาพกิจกรรม การอบรม
ประวัติข้อมูล
คณะพระวิทยากร
ตารางการอบรม
ข่าวประชาสัมพันธ์
วัดป่ามหาชัย นครพนม | Facebook
เผยแผ่ธรรมะ ข้อคิด
ภาพกิจกรรม
แสดงความคิดเห็น
ข่าวประชาสัมพันธ์
  FM.87.50 MHz.
   สถานีวิทยุเสียงธรรมวัดป่ามหาชัย
  
รายการสถานี
  
กิจกรรม
  
ดีเจ ผู้จัดรายการ
  
กลุ่มอาสาสมัคร โครงการเสียงหนังสือ
พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
                     

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย!   เมื่อภิกษุไม่หมั่นเจริญภาวนา
แม้จะพึงเกิดความปรารถนาขึ้น  อย่างนี้ว่า

โอหนอ!  ขอจิตของเราพึงหลุดพ้นจากอาสวะ  
 เพราะไม่ถือมั่น ก็จริง  แต่จิตของภิกษุนั้น   ย่อมไม่หลุดพ้นจากอาสวะ  
เพราะไม่ถือมั่น ข้อนั้นเพราะเหตุไร? จะพึงกล่าวได้ว่า 
เพราะไม่ได้เจริญ   เพราะไม่ได้เจริญอะไร? (อ่านต่อ)

 
     พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
แสวงหาโมกขธรรม จากนอกโลก ?
 

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย!   สงสารนี้   มีที่สุดเบื้องต้น
เบื้องปลายรู้ไม่ได้แล้ว   ที่สุดเบื้องต้น   ย่อมไม่ปรากฏ
สำหรับสัตว์ทั้งหลาย   ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้   ท่องเที่ยวไปมาอยู่.

มหาสมุทร ยังมีสมัยเหือดแห้ง   ไม่เป็นมหาสมุทร.
แต่เราไม่กล่าวว่า    สัตว์ทั้งหลายผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น (อ่านต่อ)

 
 

“ดูกรราหุล! เธอจงเจริญภาวนา ( อบรมจิต) เสมอด้วยแผ่นดินเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยแผ่นดินอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

ดูกรราหุล ! เปรียบเหมือนคนทั้งหลายทิ้งของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง (อ่านต่อ)

 
 

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
"ดูกรราหุล ! เธอจงเจริญ...เมตตาภาวนาเถิด
เพราะเมื่อ เธอเจริญเมตตาภาวนาอยู่ จักละพยาบาทได้ .

เธอจงเจริญ...กรุณาภาวนาเถิด
เพราะเมื่อ เธอเจริญกรุณาภาวนาอยู่ จักละวิหิงสาได้ (อ่านต่อ)
 
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย!  พรานเบ็ดหย่อนเบ็ดที่มีเหยื่อ
ลงในห้วงน้ำลึก ปลาที่เห็นแก่เหยื่อตัวใดตัวหนึ่ง กลืนกินเบ็ดนั้น
ปลานั้น ชื่อว่า กลืนกินเบ็ดของนายพรานเบ็ด  ถึงความวิบัติ ถึงความพินาศ
พรานเบ็ด พึงกระทำได้ตามชอบใจ ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย!  ในโลกมีเบ็ดอยู่ ๖ ชนิดเหล่านี้
เพื่อจะนำสัตว์ทั้งหลายไป เพื่อจะฆ่าสัตว์ทั้งหลายเสีย ก็ฉันนั้น เหมือนกัน (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่ทอด้วยด้ายชนิดใดชนิดหนึ่ง
ผ้าของชาวกาสี บัณฑิตกล่าวว่าเลิศ
กว่าผ้าที่ทอด้วยด้ายเหล่านั้น แม้ฉันใด

กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล
รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท
บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้น (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เมื่อผ้าหรือศีรษะถูกไฟไหม้แล้ว จะควรกระทำอย่างไร?

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
เมื่อผ้าหรือศีรษะถูกไฟไหม้แล้ว ควรจะกระทำความพอใจ
ความพยายาม ความอุตสาหะ ความไม่ย่นย่อ ความไม่ท้อถอย
สติและสัมปชัญญะอย่างแรงกล้า เพื่อดับผ้าหรือศีรษะนั้น.(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เปรียบเหมือนท่อนไม้
ที่บุคคลขว้างขึ้นไปบนอากาศแล้ว บางคราวเอาโคนตกลงมาก็มี
บางคราวเอาตอนกลางตกลงมาก็มี บางคราวเอาปลายตกลงมาก็มี ฉันใด

สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีนิวรณ์ คืออวิชชา
มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบ ได้แล่นไปอยู่ ท่องเที่ยวไปอยู่
บางคราวจากโลกนี้ไปสู่ปรโลกก็มี (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

ถึงแม้สมณะ หรือพราหมณ์ผู้มีความต้องการวาทะ
ผู้แสวงหาวาทะ พึงมาจากทิศบูรพา ... ทิศประจิม ... ทิศอุดร ...
ทิศทักษิณ ด้วยประสงค์ว่า จักยกวาทะของภิกษุนั้น (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ สีสปาวัน
ใกล้เมืองโกสัมพีครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงถือใบประดู่ลาย
๒- ๓ ใบด้วยฝ่าพระหัตถ์ แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมา แล้วตรัสถามว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน
ใบประดู่ลาย ๒- ๓ ใบที่เราถือด้วยฝ่ามือ กับใบที่บนต้น
ไหนจะมากกว่ากัน? (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เราจักแสดงกรรมทั้งใหม่และเก่า
ความดับแห่งกรรม และปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับแห่งกรรม
ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ก็กรรมเก่าเป็นไฉน? (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อัมพปาลิวัน
ใกล้เมืองเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย
... แล้วได้ตรัสพระพุทธภาษิตนี้ว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย!  ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะอยู่
นี้เป็นอนุศาสนีของเรา สำหรับเธอทั้งหลาย.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! ก็ภิกษุเป็นผู้มีสติอย่างไร ? (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! สัตว์เหล่าใด ประพฤติสุจริตด้วยกาย
ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเช้า
เวลาเช้า ก็เป็นเวลาเช้าที่ดี ของสัตว์เหล่านั้น

สัตว์เหล่าใด ประพฤติสุจริตด้วยกาย
ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเที่ยง(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เธอทั้งหลาย
จงเป็นผู้มีตน เป็นที่พึ่ง มีตนเป็นสรณะ
ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ

จงเป็นผู้มีธรรม เป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นสรณะ
ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษโยนแอก
ซึ่งมีช่องเดียวลงไปในมหาสมุทร เต่าตาบอดมีอยู่ในมหาสมุทรนั้น
ต่อล่วงร้อยปีๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่งๆ

เธอทั้งหลาย จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
เต่าตาบอดนั้น ต่อล่วงร้อยปีๆ มันจะโผล่ขึ้นคราวหนึ่งๆ จะสอดคอให้เข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวโน้นได้บ้างหรือหนอ? (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ภิกษุทั้งหลาย !
การได้ความเป็นมนุษย์ เป็นของยาก
พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะอุบัติในโลก เป็นของยาก
ธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว
จะรุ่งเรืองในโลก ก็เป็นของยาก (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เปรียบเหมือนบุรุษ
พึงตัดหญ้าไม้ กิ่งไม้ และใบไม้
ในชมพูทวีปนี้ แล้วรวบรวมเข้าด้วยกัน
ครั้นแล้วกระทำให้เป็นหลาว

ครั้นกระทำให้เป็นหลาวแล้ว
พึงร้อยสัตว์ขนาดใหญ่ ในมหาสมุทร
ในหลาวขนาดใหญ่ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น
สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง ฉันใด

สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน แห่งการตรัสรู้อริยสัจ ๔
ตามความเป็นจริง คือ สัมมาทิฏฐิ ฉะนั้นเหมือนกัน

อันภิกษุผู้มีความเห็นชอบ พึงหวังข้อนี้ได้ว่า (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระจันทร์และพระอาทิตย์
ยังไม่เกิดขึ้นในโลกเพียงใด ความปรากฏแห่งแสงสว่าง
แจ่มจ้าอย่างมาก ก็ยังไม่มีเพียงนั้น

เวลานั้น มีแต่ความมืดมิด มีแต่ความมัวเป็นหมอก
กลางคืนกลางวันไม่ปรากฏ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็ไม่ปรากฏ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีอายุร้อยปี
พึงกล่าวอย่างนี้ กะผู้มีชีวิตอยู่ร้อยปีว่า
มาเถิด บุรุษผู้เจริญ ชนทั้งหลาย จักเอาหอกร้อยเล่มทิ่มแทงท่าน
ในเวลาเช้า ... ในเวลาเที่ยง ... ในเวลาเย็น

ท่านนั้น ถูกเขาเอาหอกสามร้อยเล่ม ทิ่มแทงอยู่ทุกวันๆ
มีอายุร้อยปี มีชีวิตอยู่ร้อยปี จักตรัสรู้ อริยสัจ ๔ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่
จับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม
เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป แม้ฉันใด

ร่างกายอันเป็นที่ประชุม แห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้
ที่ตถาคตเรียกว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้น
ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย!
เพราะไม้สองอันครูดสีกัน จึงเกิดไออุ่น เกิดความร้อน
แต่ถ้าแยกไม้ ทั้งสองอันนั้นแหละ ออกเสียจากกัน
ไออุ่น ซึ่งเกิดจากการครูดสีกันนั้น ก็ดับไป สงบไป แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เพราะอาศัยผัสสะ
อันเป็นปัจจัยแห่งสุขเวทนา จึงเกิดสุขเวทนาขึ้น (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

หิงห้อยนั้น ส่งแสงสว่างอยู่ชั่วเวลา พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว หิงห้อยนั้นก็อับแสง และไม่สว่างได้เลย

พวกเดียรถีย์ สว่างเหมือนหิงห้อยนั้น
ตราบเท่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้นในโลก
แต่เมื่อใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ในโลก(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะ
ของพวกกษัตริย์ ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว
เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ ตอกลิ่มอื่นลงไป
สมัยต่อมา โครงเก่าของตะโพน ชื่ออานกะ ก็หายไป
ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! พวกภิกษุในอนาคตกาล (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เราย่อมไม่ขัดแย้งกับโลก . แต่โลกย่อมขัดแย้งกับเรา .
ผู้กล่าวเป็นธรรม ย่อมไม่ขัดแย้งกับใครๆ ในโลก
สิ่งใด ที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี แม้เราก็กล่าวสิ่งนั้นว่า ไม่มี .
สิ่งใด ที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี แม้เราก็กล่าวสิ่งนั้นว่า มี

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! สิ่งที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี
ซึ่งเราก็กล่าวว่า ไม่มี นั้น คืออะไร ? (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! จักร ๔ ประการนี้
เป็นเครื่องเป็นไปแก่มนุษย์และเทวดาผู้ประกอบ
เป็นเครื่องที่มนุษย์และเทวดาประกอบแล้ว ย่อมถึงความเป็นผู้ใหญ่
( และ ) ความไพบูลย์ในโภคะทั้งหลาย ต่อกาลไม่นานนัก

จักร ๔ ประการ เป็นไฉน ? คือ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์
ผู้เที่ยวไปบนพื้นแผ่นดินชนิดใดชนิดหนึ่ง รอยเท้าเหล่านั้นทั้งหมด
ย่อมรวมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้าง
โลกกล่าวว่า เป็นยอดของรอยเท้าเหล่านั้น เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด

บทแห่งธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! สังคหวัตถุ ๔ ประการนี้แล ฯ
การให้ ๑ ความเป็นผู้มีวาจาน่ารัก ๑
ความประพฤติประโยชน์ ในโลกนี้ ๑
ความเป็นผู้มีตนสม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ตาม สมควร ๑

ธรรมเหล่านั้นแล เป็นเครื่องสงเคราะห์โลก
ประดุจ สลักเพลาควบคุมรถที่แล่นไปอยู่ไว้ได้ ฉะนั้น (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเสื่อมรอบ ชื่อว่า ย่อมประพฤติใกล้นิพพานทีเดียว
ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
ไม้มีกลิ่นที่แก่น ชนิดใดชนิดหนึ่ง
จันทน์แดง โลกกล่าวว่า เป็นยอดของไม้เหล่านั้น แม้ฉันใด

โพธิปักขิยธรรม! เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ปัญญินทรีย์
เรากล่าวว่า เป็นยอดแห่ง โพธิปักขิยธรรม เหล่านั้น (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย!
อานิสงส์ในการจงกรม ๕ ประการ นี้ ๕ ประการ เป็นไฉน?

คือ ภิกษุผู้เดินจงกรม
ย่อมเป็นผู้อดทนต่อการเดินทางไกล๑
ย่อมเป็นผู้อดทนต่อการบำเพ็ญเพียร๑ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรเจ้าลิจฉวี !
ความปรากฏขึ้น แห่งรัตนะ ๕ หาได้ยาก
ในโลกรัตนะ ๕ เป็นไฉน ? คือ

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑
บุคคลผู้แสดงธรรมวินัย ที่พระตถาคตประกาศแล้ว ๑ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อใดแล สัตว์ ๖ ชนิดเหล่านั้น
ต่างก็จะไปตามวิสัยของตนๆ พึงลำบาก
เมื่อนั้น สัตว์เหล่านั้น พึงยืนแนบ นั่งแนบ นอนแนบ
หลัก หรือ เสานั้นเอง แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
อบรมกระทำให้มาก ซึ่งกายคตาสติ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรอานนท์ ! เหตุนี้แล
กรรมจึงชื่อว่า เป็นไร่นา วิญญาณชื่อว่า เป็นพืช
ตัณหา ชื่อว่าเป็นยาง เจตนา ความปรารถนาประดิษฐานแล้ว
เพราะธาตุอย่างเลวของสัตว์ พวกที่มีอวิชชา เป็นเครื่องสกัดกั้น
มีตัณหา เป็นเครื่องผูกใจ ด้วยประการฉะนี้ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เรื่องเคยมีมาแล้ว
มีเต่าตัวหนึ่ง เที่ยวหากินอยู่ ที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยแห่งหนึ่ง
ในเวลาเย็น สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ก็ได้เที่ยวหากิน
อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยแห่งหนึ่ง

ในเวลาเย็น เต่าได้แลเห็นสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเที่ยวหากินอยู่แต่ไกลแล้ว
ก็หดอวัยวะ ๕ ทั้งหัว ( หดขาทั้ง ๔ มีคอเป็นที่ ๕ ) (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ลาติดตามไปเบื้องหลังฝูงโค
มันร้องว่า แม้เรา ก็เป็นโค
แต่สีเสียง และ รอยเท้า ของมันหาเหมือนของโคไม่
มันเป็นแต่เดินตามหลังฝูงโค
ร้องว่า แม้เราก็เป็นโคๆ ดังนี้เท่านั้น แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม
ธาตุนั้น คือความตั้งอยู่ตามธรรมดา
ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง

ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนเด็กอ่อนนอนหงาย
พึงเอาชิ้นไม้ หรือชิ้นกระเบื้อง ใส่เข้าไปในปาก
เพราะความพลั้งเผลอของพี่เลี้ยง
พี่เลี้ยงพึงสนใจในเด็กนั้น ทันที
แล้วรีบนำเอาชิ้นไม้ หรือชิ้นกระเบื้องออกโดยเร็ว (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
ในข้อนั้น จะมีอะไร เป็นข้อแปลกกัน
จะมีอะไร เป็นข้อประสงค์ที่ยิ่งกว่ากัน
จะมีอะไร เป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างพระตถาคต
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า กับภิกษุผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา ? (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
บุคคลเปรียบด้วยน้ำ ๗ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก
๗ จำพวก เป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้
จมลงแล้วคราวเดียว ก็เป็นอันจมอยู่นั่นเอง๑
บางคน โผล่ขึ้นมาแล้ว กลับจมลงไป๑
บางคน โผล่พ้นแล้ว ทรงตัวอยู่๑ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพุทธภาษิตนี้ ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อจะกล่าวว่า กองอกุศล
จะกล่าวให้ถูกต้อง กล่าวถึงนิวรณ์ ๕
เพราะว่า กองอกุศล ทั้งสิ้นนี้ ได้แก่ นิวรณ์ ๕

นิวรณ์ ๕ เป็นไฉน ? คือ (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรอานนท์ ! ข้อนี้ เป็นอย่างนั้น
ชราธรรม ย่อมมีในความเป็นหนุ่มสาว
พยาธิธรรม ย่อมมีในความไม่มีโรค
มรณธรรม ย่อมมีในชีวิต

ผิวพรรณ ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง เหมือนเมื่อก่อน (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ครั้งนั้น ภรรยาสามีทั้งสองคนนั้น ก็ฆ่าบุตรน้อยๆ
คนเดียวผู้น่ารัก น่าพอใจนั้นเสีย ทำให้เป็นเนื้อเค็ม และเนื้อย่าง
เมื่อบริโภคเนื้อบุตรเสร็จ ก็พากันเดินข้ามทางกันดาร ที่ยังเหลืออยู่นั้น
เขาทั้งสองคน รับประทานเนื้อบุตร พลางค่อนอก พลางรำพันว่า
ลูกชายน้อยๆ คนเดียวของฉันไปไหนเสีย....

เธอทั้งหลาย ! จะเข้าใจความข้อนั้น เป็นอย่างไร ?(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นไป
แสงสว่างส่องเข้าไป ทางหน้าต่าง จะพึงตั้งอยู่ ณ ที่ไหน ?
ภิกษุเหล่านั้น กราบทูลว่า ตั้งอยู่ที่ฝาด้านตะวันตก พระเจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ถ้าฝาด้านตะวันตกไม่มีเล่า
แสงสว่างนั้นจะพึงตั้งอยู่ ณ ที่ไหน ?(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เมื่อมหาสมุทรน้ำขึ้น ย่อมทำให้ แม่น้ำใหญ่น้ำขึ้น
เมื่อแม่น้ำใหญ่น้ำขึ้น ย่อมทำให้ แม่น้ำน้อยน้ำขึ้น
เมื่อแม่น้ำน้อยน้ำขึ้น ย่อมทำให้ บึงใหญ่น้ำขึ้น
เมื่อบึงใหญ่น้ำขึ้น ย่อมทำให้ บึงน้อยน้ำขึ้น ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เมื่ออวิชชาเกิด ย่อมทำให้ สังขารเกิด (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรอุปวาณะ ! ในวาทะทั้ง ๔ นั้น
แม้ทุกข์ ที่พวกสมณพราหมณ์ บัญญัติว่า ตนทำเอง
ย่อมเกิดขึ้น เพราะผัสสะ เป็นปัจจัย ฯลฯ
แม้ทุกข์ ที่พวกสมณพราหมณ์บัญญัติว่า
เกิดขึ้น เพราะอาศัยการ ที่มิใช่ตนเองกระทำ
มิใช่ผู้อื่นกระทำให้ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ
อินทรีย์ ๕ ประการนี้ มีอารมณ์ต่างกัน มีโคจร ต่างกัน
ไม่เสวยอารมณ์ อันเป็นโคจร ของกันและกัน
อินทรีย์ ๕ ประการเป็นไฉน ?
คือ จักขุนทรีย์ ๑โสตินทรีย์ ๑ ฆานินทรีย์ ๑ ชิวหินทรีย์ ๑ กายินทรีย์ ๑

อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยว ของอินทรีย์ ๕ ประการนี้ ? (อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เทวดาทั้งหลายทราบว่า
เทพบุตรนี้ จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย
ย่อมพลอยยินดี กะเทพบุตรนั้น ด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า

แน่ะท่านผู้เจริญ !
ขอท่านจากเทวโลกนี้ ไปสู่สุคติ ๑
ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภ ที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย!
ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือ

ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้ว กล่าวสรรเสริญ ผู้ควรตำหนิ ๑
ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้ว กล่าวตำหนิ ผู้ควรสรรเสริญ ๑
(อ่านต่อ)

   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
บุรุษนั้นรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้มาผูกเป็นแพ
อาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือและเท้า พึงข้ามถึงฝั่งโดยความสวัสดี

บุรุษนั้น ข้ามไปสู่ฝั่งได้แล้ว พึงดำริ อย่างนี้ว่า
แพนี้ มีอุปการะแก่เรามากแล เราอาศัยแพนี้
พยายามอยู่ ด้วยมือ และเท้า ข้ามถึงฝั่งได้โดยความสวัสดี
ถ้ากระไร เรายก แพนี้ขึ้นบนศีรษะ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! บุคคล ๓ จำพวกนี้
มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน ? คือ
บุคคล มีปัญญาคว่ำ ๑
บุคคล มีปัญญาเช่นกับตัก ๑
บุคคล มีปัญญากว้างขวาง ๑ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้
มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน
คือ คนตาบอด ๑ คนตาเดียว ๑ คนสองตา ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลตาบอดเป็นไฉน? (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
ภิกษุใด ด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย
ติเตียนพระอริยเจ้า ข้อนี้ มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส
ที่ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๑ อย่าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง ความฉิบหาย ๑๑ อย่างเป็นไฉน คือ (อ่านต่อ)
   
   

พุทธพจน์ วัดป่ามหาชัย

...วิชชา และ วิมุตตินี้ มีอาหารอย่างนี้ และ บริบูรณ์ อย่างนี้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เปรียบเหมือน เมื่อฝนเม็ดหยาบ ตกลงเบื้องบนภูเขา
เมื่อฝนตกหนักๆ อยู่ น้ำนั้นไหลไปตามที่ลุ่ม
ย่อมยังซอกเขา ลำธาร และ ห้วยให้เต็ม
ซอกเขา ลำธารและห้วยที่เต็ม ย่อมยังหนอง ให้เต็ม (อ่านต่อ)

   
   

วัดป่ามหาชัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เมื่อโพชฌงค์ ๗
อันภิกษุเจริญแล้ว อย่างนี้ กระทำให้มาก แล้วอย่างนี้
ผลานิสงส์ ๗ ประการ อันเธอพึงหวังได้
ผลานิสงส์ ๗ ประการเป็นไฉน? คือ

( ๑ ) ในปัจจุบัน จะได้บรรลุอรหัตผล โดยพลัน
( ๒ ) ในปัจจุบันไม่ได้บรรลุ ทีนั้น จะได้บรรลุ ในเวลาใกล้ตาย (อ่านต่อ)

   
   

วัดป่ามหาชัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน? คือ
บุคคลที่พูดถ้อยคำเหม็น เหมือนคูถ ๑
บุคคลที่พูดถ้อยคำหอม เหมือนดอกไม้ ๑
บุคคลที่พูดถ้อยคำหวาน ปานน้ำผึ้ง ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็บุคคลผู้พูดถ้อยคำเหม็น เหมือนคูถ เป็นไฉน? (อ่านต่อ)
   
   

วัดป่ามหาชัย
ดูกรพาหิยะ ! เพราะเหตุนั้นแล ท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า
เมื่อเห็น จักเป็นสักว่า เห็น
เมื่อฟัง จักเป็นสักว่า ฟัง
เมื่อทราบ จักเป็นสักว่า ทราบ
เมื่อรู้แจ้ง จักเป็นสักว่า รู้แจ้ง
ดูกรพาหิยะ ! ท่านพึงศึกษา อย่างนี้แล (อ่านต่อ)
   
   

วัดป่ามหาชัย

( โรหิตัสสเทวบุตร ) ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัตว์ ย่อมไม่เกิด ย่อมไม่แก่
ย่อมไม่ตาย ย่อมไม่จุติ ย่อมไม่อุบัติ ในโอกาสใด หนอแล
พระองค์อาจหรือหนอ เพื่อจะทรงทราบ เพื่อจะทรงเห็น
หรือเพื่อจะทรงถึงซึ่งที่สุด แห่งโลกด้วยการเสด็จไป

ในโอกาสนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า(อ่านต่อ)

   
   

วัดป่ามหาชัย

ว่าเป็นที่สุดแห่งโลก ที่ควรรู้ ควรเห็น ควรถึง
ด้วยการไปและเราย่อมไม่กล่าวการกระทำที่สุดแห่งทุกข์

เพราะไปไม่ถึงที่สุดแห่งโลก แต่เราย่อมบัญญัติโลก
เหตุเกิดแห่งโลก ความดับแห่งโลก ปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับ
แห่งโลก ในอัตภาพอันมีประมาณวาหนึ่ง มีสัญญาและ มีจิตนี้ เท่านั้น
(อ่านต่อ)

   
     
     
     

 

 

ผู้ดูแลระบบ สิริจันโทภิกขุ
ปรับปรุงล่าสุด 23 พ.ย 56
เว็บไซต์ watpamahachai.com จดทะเบียน   เมื่อ 9 ต.ค 51